เมนูเชื่อมโยงส่วนต่างๆของเว็บไซต์
กลับหน้าแรก
เกี่ยวกับองค์กร
ความเป็นมาของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นโยบายของรัฐบาล
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว
ยุทธศาสตร์การกีฬา
โครงสร้างการบริหาร
ข่าวสารและกิจกรรม
ข้อมูลการท่องเที่ยวจ.ลำพูน
สถานที่ท่องเที่ยว
เอกลักษณ์ของลำพูน
แผนที่ตั้งจังหวัดลำพูน
ติดต่อองค์กร

 

เชื่อมโยงเว็บไซต์ อื่นๆ
เว็บไซต์หน่วยงานของราชการ
เว็บไซต์หน่วยงานอื่นๆ
เว็บไซต์ธนาคาร
เว็บไซต์การเดินทาง
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์
สถานีโทรทัศน์ และเคเบิลทีวี


check e-mail

site admin

 

เอกลักษณ์ของลำพูน
พระธาตุหริภุญชัย
ลำไย


พระธาตุหริภุญชัย
          พระธาตุหริภุญชัยเป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำพูน และของประเทศไทย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงวินิจฉัยถึงจอมเจดีย์ในทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีของไทยว่ามีอยู่แปดองค์ และได้จำลองเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตร คือ พระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐม พระมหาธาตุเมืองละโว้จังหวัดลพบุรี พระธาตุหริภุญชัยจังหวัดลำพูน พระธาตุพนมจังหวัดนครพนม พระศรีรัตนมหาธาตุเมืองเชลียงจังหวัดสุโขทัย พระมหาธาตุเมืองนครศรีธรรมราชจังหวัดนครศรีธรรมราช พระมหาธาตุเมืองศรีสัชนาลัยจังหวัดสุโขทัย และพระเจดีย์ชัยมงคลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
          สถานที่ตั้ง พระธาตุหริภุญชัยประดิษฐานอยู่ในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่ในกลางเมืองลำพูน บนเนื้อที่ 25 ไร่ ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง ที่สำคัญยิ่งคือพระธาตุหริภุญชัย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาของล้านนาร่วมสิบศตวรรษ

ลักษณะพระธาตุหริภุญชัย
ธาตุหริภุญชัยเป็นเจดีย์พระธาตุ ซึ่งมีลักษณะสถาปัตยกรรมดังนี้

  • ส่วนฐาน ชั้นล่างสุดเป็นฐานเขียง ซึ่งมีผนังเป็นรูปสี่เหลี่ยม ซ้อนกันขึ้นไป 3 ชั้น ถัดจากฐานเขียงเป็นฐานบัวลูกแก้วหรัอฐานปัทม์
  • ส่วนกลาง เป็นชั้นที่ถัดจากบัวลูกแก้วขึ้นไป ทำเป็นฐานเขียงกลมซ้อนกัน 3 ชั้น และถัดขึ้นไปทำเป็นฐานกลม มีลักษณะคล้ายมาลัยเถาซ้อนกัน 3 ชั้น รองรับองค์ระฆังส่วนกลางโดยรอบองค์ระฆัง ทำเป็นลายดุนนูนรูปดอกไม้สี่กลีบ และระหว่างดอกไม้สี่กลีบมีการทำเป็นลายดุนนูนเป็นรูปพระพุทธรูป
  • ส่วนบน ถัดจากองค์ระฆังขึ้นไปเป็นส่วนบัลลังก์ ก้านฉัตร ปล้องไฉน ปลียอดบนสุดเป็นฉัตรเก้าชั้น

องค์ประกอบทั่วไปของพระธาตุหริภุญชัย
          พระธาตุหริภุญชัยปัจจุบันเป็นทรงลังกา หรือทรงระฆัง มีส่วนสูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ องค์ประกอบทั่วไปของพระธาตุหริภุญชัยมีดังนี้

  1. สัตติบัญชร (ระเบียงหอก) ล้อมรั้วไว้ ณ ฐานชั้นล่าง 2 ชั้น
  2. สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอก ในทิศเหนือและทิศใต้ตามคติจักรวาลในการสร้างวัดสมัยโบราณ
  3. ซุ้มกุมภัณฑ์ (ยักษ์) สร้างไว้ประจำมุมทั้งสี่ทิศ ตามคติความเชื่อในท้าวกุมภัณฑ์เป็นผู้คุ้มครองสถานที่
  4. ฉัตร อันเป็นเครื่องสูง ใช้ปักเป็นเกียรติยศ ซึ่งฉัตรแบบร่มใช้ถวายเป็นพุทธบูชา นิยมใช้เพียงชั้นเดียว มีลวดลายแกะสลักซับซ้อนลวดลายละเอียด ประดับไว้ตามมุมทั้ง 4 ทิศ
  5. หอยอ สร้างประจำทิศทั้ง 4 ภายในหอยอ มีพระพุทธรูปนั่งประจำหอยอทุกหอ
  6. โดมที่ประทับและแท่นบูชา จะก่อสร้างประจำไว้เพื่อใช้เป็นที่สักการบูชา

ตำนานการก่อสร้าง
           ในชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวถึงเรื่องมหาธาตุปรากฏขึ้นที่เมืองหริภุญชัยว่า วันหนึ่งพญาอาทิตยราชให้ทรงสร้างปราสาทและซุ้มพระบังคน (ส้วม) ขึ้น เมื่อพระองค์จะไปพระบังคนในซุ้มใกล้ปราสาทนั้นครั้งใด ก็จะมีกาบินมาโฉบพระเศียรแล้วสละวัจจะ(มูล) ลงบนพระเศียร ใช้ปีกโฉบพระเศียรบ้างหลายครั้ง พญาอาทิตยราชทรงกริ้ว จึงสั่งจับกาตัวนั้นให้จงได้ เมื่อจับกาได้ก็ทรงดำริจะฆ่ากาเสีย แต่อำมาตย์ได้ทูลทัดทานขอให้ตรัสถามผู้รู้ตำราโหรดูก่อน ครั้งถึงตอนกลางคืน พญาอาทิตยราชทรงพระสุบินนิมิตว่าเทวดามาสนทนาว่า ขอให้พระองค์นำเอาทารกแรกเกิดได้ 7 วัน มาอยู่เลี้ยงใกล้ๆกับกรงกา ทารกนั้นฟังภาษากาทุกวันก็จะทราบภาษากาได้ พญาอาทิตยราชจึงทำตามที่เทวดาบอก
           เมื่อทารกเติบใหญ่ได้ 7 ปี ก็รู้ภาษากาและภาษาคน จึงเล่าความเป็นมาให้ทราบว่า สถานที่สร้างหอพระบังคนไว้นั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พญาอทิตยราชจึงสั่งให้รื้อสิ่งปลูกสร้างปรับสถานที่ ตกแต่งด้วยดอกไม่ปักราชวัตรโดยรอบกว้าง 10 วา แล้วป่าวร้องให้ชาวพระนครมาสักการบูชา พระองค์ได้ทรงอธิษฐานอาราธนาก็ปรากฏรัตนผอบที่บรรจุพระบรมธาตุโผล่ขึ้นมาจากดิน สูงประมาณ 3 ศอก เปล่งฉัตรพรรณรังสีลอยอยู่ ณ ที่นั้น เป็นที่อัศจรรย์ใจแก่ชาวพระนครยิ่งนัก พระองค์จึงโปรดให้สร้างสถูปทรงปราสาทสูง 12 ศอกครอบไว้ แล้วโปรดให้สร้างโบสถ์วิหาร ศาลาใหญ่น้อยถือเป็นพระอารามหลักแห่งนครหริภุญชัย สร้างเพื่อบำเพ็ญพระกุศลกับพุทธศาสนานานัปการ นับเป็นยุคที่รุ่งเรืองของเมืองหริภุญชัย ในเวลาต่อมาพระมเหสีของพระองค์ชื่อ ปทุมวดีเทวี โปรดให้ทรงสร้างเจดีย์ทรงละโว้ ได้ชื่อว่า สุวรรณเจดีย์ ประดับด้วยทอง(ปทุมเจดีย์) ไว้ในสถานที่ใกล้เคียงกันกับพระธาตุหริภุญชัย
           ตำนานมูลศาสนาได้กล่าวถึงสถานที่แห่งนี้ว่า เมื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากเมืองพาราณสีมาทางอากาศ ประทับยังที่แห่งหนึ่งทางทิศตะวันตกแห่งแม่น้ำระมิง ทอดพระเนตรดูในที่นั้น พร้อมกับทรงมีพุทธพยากรณ์ว่า เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ในที่นี้จงบังเกิดเป็นมหานครอันหนึ่ง และจักมีพญาองค์หนึ่งทรงพระนามว่า อาทิตยราช จักได้เสวยราชสมบัติในเมืองนี้ เหตุนี้ธาตุของพระองค์ก็จักมาอยู่ที่นี้ เพื่อให้พญาองค์นั้นเอาออกมาเพื่อปรากฏเป็นที่สักการะแก่หมู่เทพยดา และมนุษย์ทั้งหลาย ในครั้งนั้นยังมีกาเผือกตัวหนึ่งบินตามพระศาสดามาแต่ป่าหิมวันต์ ครั้งได้ยินพุทธพยากรณ์ก็จำได้สิ้น เมื่อบินกลับไปถึงป่าหิมวันต์จึงเรียกกาดำผู้เป็นหลานมาเล่าถ้อยคำพุทธพยากรณ์ พร้อมกับให้กาดำนั้นเฝ้าอยู่ ณ ที่นั้นตลอดมา ครั้งถึงกาลที่พญาอาทิตราชเกิดมาแล้ว กาดำนั้นก็กลับคืนไปสู่ป่าหิมวันต์แห่งมันดังเดิมในวันนั้น
           พระธาตุหริภุญชัยเป็นพระธาตุที่มีอายุยืนยาวนาน มีศิลปะการก่อสร้างที่เป็นเลิศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระธาตุหริภุญชัยสร้างด้วยศิลาแลง และอิฐผสมน้ำเชื้อด้วยวัสดุที่จับกันแน่นจนมีอายุยืนนาน สร้างความประหลาดใจต่อผู้พบเห็น และสร้างความประทับใจทำให้มีจิตเบิกบาน เกิดศรัทธาเลื่อมใสแก่พุทธศาสนิกชนทุกคนที่เข้ากราบไหว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นหนึ่งในสิบสองพระธาตุประจำปีเกิดตามคติความเชื่อของล้านนา ที่มีประเพณีไหว้พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตน โดยยึดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในรอบปีเกิด ซึ่งพระธาตุหริภุญชัยเป็นพระธาตุประจำปีเร้า(ปีระกาหรืปีไก่)

การนมัสการพระธาตุหริภุญชัย
           การนมัสการพระบรมธาตุนั้น นอกจากการพนมมือไหว้แล้ว ควรจะเดินเวียนเทียนรอบเจดีย์พระบรมธาตุด้วย (โดยมาก 3 รอบ) ต้องเวียนขวา คือหันด้านขวาเข้าหาองค์พระธาตุเจดีย์ ถ้ามีเวลาเตรียมตัวอาจเตรียมดอกไม้ โดยเฉพาะดอกบัว ธูป เทียน ไปนมัสการ และควรมีทองคำเปลวปิดบูชาตามความเหมาะสมด้วย ส่วนการไหว้พระธาตุนั้น ควรพนมมือยกสูง ให้นิ้วอยู่เหนือศีรษะ ปลายนิ้วมือมุ่งตรงไปยังยอดเจดีย์ ค้อมศีรษะลงจะรับพลังกุศลธรรมและวิมุตติธรรมจากองค์พระบรมธาตุได้มาก รวมทั้งมีสมาธิในการสักการะและตั้งอธิฐานจิตสูงขึ้นด้วย

คำไหว้พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน

สุวัณณะเจติยัง หริภุญชะยัฎฐัง วะระโมลีธารัง อุรัฎฐิเสฎฐัง
สะหะอังคุลิฎฐิง กัจจายะเนนานิตะ ปัตตะปูรัง สีเสนะ มัยหัง
ปะณะมามิธาตุง อะหังวันทามิ สัพพะทา  

ข้าพเจ้า ขอเอาเศียรเกล้าของข้าพเจ้า นอบน้อมพระธาตุอันเป็นพระเจดีย์ทอง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหริภุญชัย คือพระอัฐิเบื้องธาราพระโมลีอันประเสริฐ พระอัฐิเบื้องพระทรวงอันประเสริฐสุด กับทั้งพระอัฐิพระองคุลี และพระธาตุย่อมเต็มบาตรหนึ่ง อันพระกัจจายะนะนำมา ข้าพเจ้าขอวันทา ในกาละทุกเมื่อแล



ศูนย์การท่องเที่ยว กีฬาและนันทนาการ จังหวัดลำพูน
สนามกีฬาจังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 โทร: 0 5356 1430 , เว็บไซต์: www.tourismandsports-lpn.org , อีเมล์ : info@tourismandsports-lpn.org